คำแนะนำ สำหรับการปลูกถั่วเขียว

คำแนะนำ สำหรับการปลูกถั่วเขียว ถั่วเขียวเป็นพืชล้มลุก ต้นสูงประมาณ 60-70 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านสาขาประมาณ 4-6 กิ่งมีอายุสั้น ทำให้ปลูกได้ปีละหลายครั้ง โดยทั่วไปถั่วเขียวชอบอากาศร้อนและชื้น ทนทานต่อความแห้งแล้ง และยังทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช จึงเป็นที่นิยมปลูกกันในแทบทุกภาคของประเทศไทย แต่อย่างไรก็ดีแม้ว่าถั่วเขียวจะเป็นพืชไร่ที่ปลูกได้ง่าย แต่การที่จะให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูง นั้น ก็จะต้องมีการปฏิบัติรักษาที่ถูกต้องตามสมควร

คำแนะนำ สำหรับการปลูกถั่วเขียว

ดิน ถั่วเขียวขึ้นได้ในดินทุกชนิดแต่เจริญเติบโตได้ดีในดิน ร่วนทราย ระบายน้ำดี มีอาหารธาตุพอสมควร ไม่ควรจะปลูกถั่วเขียวในดินเกลือ ดินเปรี้ยว(เป็นกรดจัด) ดินเหนียวจัด และดินที่ระบายน้ำได้ยาก

พันธุ์ ถั่วเขียวพื้นเมืองมีอยู่ หลายพันธุ์ ในขณะนี้ กรมวิชาการเกษตร ได้แนะนำให้ใช้พันธุ์อู่ทอง 1 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่อายุสั้นประมาณ 65-70 วัน ใช้ปลูกได้ทุกฤดู มีเมล็ดโตผิวมัน ให้ผลผลิตสูง 180-200 กิโลกรัมต่อไร่ ดอกและฝักที่ติดชุดแรกประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ฝักเหนียวไม่แตกง่าย สามารถเก็บเกี่ยวได้ใน 1 หรือ 2 ครั้ง เท่านั้น

เมล็ดพันธุ์ ควรจะหาเมล็ดพันธุ์ดีมีความงอกสูงเกษตรกรอาจจะทำทดสอบความงอก ของเมล็ดพันธุ์ได้เอง โดยแบ่งเอาเมล็ดที่จะปลูก ประมาณ 100-200 เมล็ด เพาะในทราย เช่นเดียวกับการเพาะถั่วงอกแล้วนับจำนวนต้นที่งอกขึ้นมา คำนวณว่างอกร้อยละเท่าไร เพื่อหาอัตราปลูกที่เหมาะสม(เมล็ดพันธุ์ 1 กก. จำนวนประมาณ 20,000 เมล็ด)

คำแนะนำ สำหรับการปลูกถั่วเขียว

ฤดูปลูกถั่วเขียว

  1. ในที่ดอน นิยมปลูก 2 ครั้ง คือต้นฤดูฝน(พ.ค.-มิ.ย.) และปลูกฤดูฝน (ก.ย.-ต.ค.)
  2. ในนา สามารถปลูกได้ 2 ครั้ง คือก่อนฤดูทำนาและหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว

ก่อนฤดูทำนา ควรจะปลูกตั้งแต่มีฝนตกครั้งแรก ประมาณกลางเดือนเมษายนเป็นต้นไป ถึงกลางเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม

หลังฤดูทำนา ในบางท้องที่ดินมีความชุ่มชื้นหรืออุ้มน้ำได้ดีควรจะรีบปลูกทันทีที่เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ หรือตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม เป็นต้นไป ในภาคกลางเช่น ทางจังหวัด ราชบุรีหรือเพชรบุรี จะปลูกในเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์

  1. สำหรับในท้องที่ ที่มีน้ำชลประทานช่วย เช่น จังหวัดลำพูน อาจจะปลูกพืช ได้ถึง 3 คร้ง คือ ข้าว(กรกฎาคม-พฤศจิกายน) ถั่วเหลือง หรือกระเทียม(มกราคม-เมษายน) ถั่วเขียว (เมษายน-มิถุนายน)

ถั่วเขียวเป็นพืชที่ไม่ชอบอากาศหนาว ถ้าอากาศหนาวถั่วเขียวจะไม่เจริญเติบโต ฉะนั้น ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควรปลูกหลังอากาศหนาวผ่านไปแล้วคือประมาณกลางเดือน กุมภาพันธ์

การเตรียมดิน

การเตรียมดิน เช่นเดียวกับพืชไร่อื่น ๆ ควรมีการเตรียมดิน ให้ร่วนซุยพอสมควรเพื่อช่วยรักษาความชื้น ในดินและป้องกันกำจัดวัชพืช ไปในตัวด้วย

ไม่ว่าจะปลูกถั่วเขียวก่อนหรือหลังฤดูปลูกข้าว ควรจะไถพรวนดินทันที เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จถ้าทิ้งไว้นาน ดินจะแข็งไม่สามารถจะเตรียมได้ทันท่วงที เมื่อถึงฤดูปลูก

ระยะปลูก แนะนำให้ปลูกเป็นแถว ระยะระหว่างแถว 50 เซนติเมตร ระหว่างหลุม 20 เซนติเมตร หยอดหลุมละ 4-5 เมล็ด จะได้ต้นถั่วเขียวจำนวน 32,000 ต้นต่อไร่ และใช้เมล็ดพันธุ์ปลูก 2-3 กิโลกรัม

การปลูกโดยการหว่าน ทำได้โดยสะดวก แต่มีข้อเสียอย่างหลายอย่าง ในการหว่าน เช่น ทำให้เปลืองเมล็ดต้นถั่วเขียว ขึ้นไม่สม่ำเสมอ ไม่สามารถเข้าไปพรวนดิน ดายหญ้าและพ่นยาป้องกันกำจัดศัตรูพืช ได้ในภายหลัง ถ้าใช้เมล็ดหว่านมากเกินไป ต้นจะขึ้นเบียดกันแน่น เมล็ดเล็กผลผลิตต่อไร่ต่ำ นอกจากนี้ยังทำให้เก็บเกี่ยวได้ช้า

อาจจะโรยเมล็ดเป็นแถว โดยเว้นระยะระหว่างแถว 50 เซนติเมตร ใช้เมล็ด 20-60 เมล็ดต่อแถวยาว1 เมตร

ปลูกถั่วเว้นระยะห่าง

การปฏิบัติรักษา หลังจากปลูกแล้วประมาณ 4-5 วัน ต้นถั่วเขียวจะงอกพ้นดินควรจะทำการถอนหรือซ่อมให้เหลือหลุมละ 2 ต้น หรือ 10 ต้นต่อแถวยาว 1 เมตร ถ้าซ่อมช้ากว่านี้ ต้นถั่วเขียวจะเจริญเติบโตและแก่ไม่พร้อมกัน

ศัตรูที่สำคัญของถั่วเขียว คือ หนอนแมลงวัน เจาะลำต้นอ่อนซึ่งแมลงวันชนิดนี้จะเข้าไปวางไข่ที่โคนต้นกล้าทันทีที่โผล่พ้นดิน ทำให้ต้นอ่อนแคระแกร็น ชงักการเจริญเติบโต และอาจจะทำให้เชื้อโรคระบาดตามเข้าไปภายหลัง ทำให้ต้นถั่วเขียวตายได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้พ่นยาฆ่าแมลงพวกดูดซึม เช่น ไดเมทไธเอท ในอัตรา 30 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร

ในระยะเดือนแรกต้นถั่วเขียวจะเจริญเติบโตช้ากว่าวัชพืช จึงควรมีการพรวนดิน ดายหญ้า ช่วย 1 หรือ 2 ครั้ง (ทุก 15 วัน) หลังจากปลูก จากนั้นต้นถั่วเขียวจะเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วและจะคลุมหญ้าได้อย่างทั่วถึง การพรวนดิน ดายหญ้า จะช่วยตัดการระเหยของน้ำในดินได้อีกด้วย ในฤดูก่อนได้ ในกรณีที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ แนะนำให้ใช้ปุ๋ยกระดูกและปุ๋ยผสม ที่มีธาตุไนโตรเจนต่ำ แต่มีธาตุฟอสฟอรัสสูง และโปรแตสเซียมปานกลาง ในกรณีนี้ปุ๋ยเคมีที่แนะนำ คือ N, P2O8,K2O ในอัตรา 3-9-6 กก. ปุ๋ยดับเบิ้ลซูเปอร์ฟอสเฟต 22.5 กก. และปุ๋ยโปแตสเซี่ยม คลอไรด์ 10 กก. ผสมเข้าด้วยกัน ให้ปุ๋ยโดยโรยระหว่างแถวแล้วพรวนดินกลบพร้อมกับการพรวนดินดายหญ้าครั้งแรก

ถั่วเขียวเจริญเติบโต

การให้น้ำ ในนาและพื้นที่ชลประทานแม้ว่า ถั่วเขียวจะเป็นพืชที่ทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดีกว่า พืชไร่หลายชนิดแต่การที่จะได้ผลผลิตต่อไร่สูงควรจะให้น้ำ ถ้ามี สัก 2 ครั้ง คือภายใน 3 อาทิตย์ และ 6 อาทิตย์ ให้น้ำพอดินชุ่มอย่าถึงกับแฉะ

ในระยะนี้ต้นถั่วเขียวเจริญเติบโตอาจจะมีแมลงศัตรูพืชบางชนิดเข้าทำลาย ซึ่งแตกต่างกันไปตามฤดูกาล และท้องถิ่น เช่น จะมีพวกเพลี้ยอ่อน เพลี้ยจั๊กจั่นดูดกินน้ำเลี้ยงในช่วงที่มีอากาศแล้ง และจะมีพวกหนอนกัดใบ ดอก และฝักอ่อนในช่วงที่มีฝนตก ควรจะตรวจดูแปลงถั่วเขียวเมื่อเห็นว่ามีแมลงระบาด ก็ใช้ยาตามข้างบนหรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีป้องกันกำจัดจากเจ้าหน้าที่เกษตร ในท้องถิ่น

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ คำแนะนำ สำหรับการปลูกถั่วเขียว หวังว่าจะเป็นข้อมูลให้คนที่กำลังหาข้อมูลในการปลูกถั่วเขียวอยู่นะคะ เพราะถั่วเขียวมีประโยชน์มาก สามารถประกอบอาหารได้หลากหลายรูปแบบมากๆ เลยละค่ะ

และยังมีอีกถั่วที่อยากจะแนะนำ คือ ลันเตา หรือ ถั่วลันเตา เป็นผักที่คนทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี เพราะมีการเพาะปลูกเพื่อใช้เป็นอาหารมานานหลายพันปีแล้ว รู้หรือไม่ว่าถั่วลันเตานั้นมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย มีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

ส่วน “การจัดสวน” ก็ถือเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ช่วยให้สวนของเราดูสวยงาม และการเลือกดอกไม้มาประดับ ยังเพิ่มสีสันให้สวนดูสดใส การปลูกต้นไม้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน เพราะ ต้นไม้ เป็นตัวช่วยเพิ่มความร่มรื่นและร่มเงาให้กับพื้นที่พักผ่อนในสวนได้ดีมาก ๆ